วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Raspberry cheesecake

0 ความคิดเห็น


ส่วนผสม Crumb Crust
คุกกี้ หรือ cracker ป่นละเอียด 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม Cheesecake
ครีมชีส 8oz 4 ก้อน (อุณหภูมิห้อง)
น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1/4 ถ้วยตวง'
นม 3/4 ถวยตวง
ไข่ไก่ 4 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
ซาวร์ครีมหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วยตวง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม Topping (optional)
เจลลี่รสราสเบอรรี่ 1 ถ้วยตวง
ราสเบอรรี่สด 3 ถ้วยตวง

เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 350°F

วิธีทำ
1. บดขนมปังกรอบให้ป่นๆ ใส่เนยละลาย น้ำตาลเข้าด้วยกัน กรุลงในพิมพ์หรือถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบ อบให้เหลือง (ประมาณ 8 นาที) หรือส่งกลิ่นหอม แล้วพักไว้ เพิ่มอุณหภูมิเตาอบเป็น 450°F
2. ตีครีมชีสให้นุ่มและเนียน อย่าให้เหลือเป็นเม็ดๆ
3. ผสมแป้งกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมของแป้งและน้ำตาลลงในครีมชีส ตีให้เนียนและด้วยความเร็ว medium speed เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ลดความเร็วเหลือตวามเร็วต่ำแล้วเติมไข่ทีละฟองจนครบ ตีให้เป็นเนื้อเดียว เติมซาวร์ครีมและวนิลาผสมให้เข้ากัน
5. แล้วเทใส่พิมพ์ทีหุ้มด้วยกระดาษฟอยด์ไว้แล้วและทาไขมันด้านในของพิมพ์ วิธีนี้จะช่วยให้เค้กหดตัวหลุดออกจากพิมพ์ได้ง่ายขึ้น วางพิมพ์อบชีสเค้กลงในถาดอีกใบนึง จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น ลงไป ให้ความสูงของน้ำประมาณครึ่ง ของถาดอบ
6. แล้วนำไปอบ 15 นาที แล้วลดอุณหภูมิเหลือ 225°F อบต่ออีกประมาณ 1ชั่วโมง 15 นาที แล้วปิดเตาอบ แล้วเปิดประตูแง้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนเค้กออกมาวางพักไว้ให้เย็นอุณหภูมิห้อง
7. นำเจลลี่เทใส่หม้อแล้วนำตั้งไฟอ่อนๆ ใช้ไม้พายคนตลอดเวลา จนเจลลี่ละลายแล้วใส่ราสเบอรรี่ลงไป ปิดไฟยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็นอุณหภูมิห้อง แล้วนำมาราดหน้าเค้ก นำเข้าเอาเข้าตู้เย็นสัก1-2 ชม. ก่อนเสริบ ถ้าใช้ราสเบอรรี่แช่แข็ง แนะนำให้ทำแบบซอส โดยนำราสเบอรรี่ไปปั่นใหละเอียด แล้วนำไปต้มกับน้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง คนให้น้ำตาลทรายละลาย แล้งยกลงพักไว้ให้เย็นก่อนนำไปราดบนเค้ก

เครดิต [http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jjbd&month=23-11-2007&group=29&gblog=12]

คุ้กกี้ ชีสราสเบอรี่

0 ความคิดเห็น


ส่วนผสม Crumb Crust
คุกกี้ หรือ cracker ป่นละเอียด 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม Cheesecake
ครีมชีส 8oz 4 ก้อน (อุณหภูมิห้อง)
น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1/4 ถ้วยตวง'
นม 3/4 ถวยตวง
ไข่ไก่ 4 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
ซาวร์ครีมหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วยตวง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม Topping (optional)
เจลลี่รสราสเบอรรี่ 1 ถ้วยตวง
ราสเบอรรี่สด 3 ถ้วยตวง

เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 350°F

วิธีทำ
1. บดขนมปังกรอบให้ป่นๆ ใส่เนยละลาย น้ำตาลเข้าด้วยกัน กรุลงในพิมพ์หรือถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบ อบให้เหลือง (ประมาณ 8 นาที) หรือส่งกลิ่นหอม แล้วพักไว้ เพิ่มอุณหภูมิเตาอบเป็น 450°F
2. ตีครีมชีสให้นุ่มและเนียน อย่าให้เหลือเป็นเม็ดๆ
3. ผสมแป้งกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมของแป้งและน้ำตาลลงในครีมชีส ตีให้เนียนและด้วยความเร็ว medium speed เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ลดความเร็วเหลือตวามเร็วต่ำแล้วเติมไข่ทีละฟองจนครบ ตีให้เป็นเนื้อเดียว เติมซาวร์ครีมและวนิลาผสมให้เข้ากัน
5. แล้วเทใส่พิมพ์ทีหุ้มด้วยกระดาษฟอยด์ไว้แล้วและทาไขมันด้านในของพิมพ์ วิธีนี้จะช่วยให้เค้กหดตัวหลุดออกจากพิมพ์ได้ง่ายขึ้น วางพิมพ์อบชีสเค้กลงในถาดอีกใบนึง จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น ลงไป ให้ความสูงของน้ำประมาณครึ่ง ของถาดอบ
6. แล้วนำไปอบ 15 นาที แล้วลดอุณหภูมิเหลือ 225°F อบต่ออีกประมาณ 1ชั่วโมง 15 นาที แล้วปิดเตาอบ แล้วเปิดประตูแง้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนเค้กออกมาวางพักไว้ให้เย็นอุณหภูมิห้อง
7. นำเจลลี่เทใส่หม้อแล้วนำตั้งไฟอ่อนๆ ใช้ไม้พายคนตลอดเวลา จนเจลลี่ละลายแล้วใส่ราสเบอรรี่ลงไป ปิดไฟยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็นอุณหภูมิห้อง แล้วนำมาราดหน้าเค้ก นำเข้าเอาเข้าตู้เย็นสัก1-2 ชม. ก่อนเสริบ ถ้าใช้ราสเบอรรี่แช่แข็ง แนะนำให้ทำแบบซอส โดยนำราสเบอรรี่ไปปั่นใหละเอียด แล้วนำไปต้มกับน้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง คนให้น้ำตาลทรายละลาย แล้งยกลงพักไว้ให้เย็นก่อนนำไปราดบนเค้ก

เครดิต [http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jjbd&month=23-11-2007&group=29&gblog=12]

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Chocolate Chip Cookie

0 ความคิดเห็น


ส่วนผสม

1. เนยสดเบเกอร์เชฟ หรือ มาร์การีนเยลโลแค็ป 250 กรัม
ชอร์ตเทนนิ่งครีมท็อปป์ 100 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
น้ำเชื่อม "Golden Syrup" 50 กรัม
ไข่ไก่ 100 กรัม
กาแฟผง 5 กรัม
2. แป้งอเนกประสงค์ 500 กรัม
ผงโซดา 10 กรัม
มะพร้างแห้ง 75 กรัม
3. ช็อคโกแลตชิพ 350 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์บด 350 กรัม


1. ตีส่วนผสมที่ (1) ให้เข้ากัน ประมาณ 2 นาที
2. ร่อนแป้ง, ผงโซดา เข้าด้วยกัน เติมลงในอ่างผสมให้เข้ากัน
3. เติมส่วนผสมที่ (3) พอเข้ากัน
4. ใช้ที่ตักไอศครีมตักหยอดใส่ถาด ติดด้วยอัลมอนด์หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์
5. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 190 องศาฯ ประมาณ15-20 นาที

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Chocolate Pudding

0 ความคิดเห็น


วิธีทำ Chocolate Pudding
ส่วนผสม
นมพร่องมันเนย 2+1 /4 ถ้วย (หรือใช้ Thick Cream หรือ วิปปิ้งครีม )
น้ำตาลทราย 1/ 2 ถ้วย (ถ้าชอบหวานเพิ่มเป็น 2/ 3 ถ้วย)
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
โกโก้ผง 2/ 3 ถ้วย (หรือใช้ชอคโกแลตดิบ 250 กรัมนำมาตุ๋น)
ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง หรือใช้ไข่แดง 3 ฟอง
วานิลา 2 ช้อนชา
เกลือป่น นิดหน่อย
วิธีทำ
1. นำนมพร่องมันเนย 2 ถ้วย น้ำตาล 1/ 4 ถ้วย และเกลือป่นนิดหน่อย ใส่ลงในหม้อก้นหนา แล้วนำไปตั้งไฟพอเดือด
2. ระหว่างรอส่วนผสมนมเดือด ก็หันมาผสม แป้งข้าวโพด ผงโกโก้ กับ น้ำตาลทราย 1/ 4 ถ้วย ใส่ลงในชามผสม เติมนมที่เหลือ แล้วใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันจนเนียน จากนั้นค่อย ๆ เติมนมที่ต้มไว้ลงไป คนให้เข้ากัน
3. เทส่วนผสมที่ได้กลับลงไปในหม้อใหม่อีกครั้ง นำไปตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน จนส่วนผสมเดือด ปล่อยให้เดือดประมาณ 2 นาที แล้วลดไฟลงเพราะไม่อย่างนั้นไขมันในนมจะแยกชั้น เหมือนกะทิแตกมัน และต้องหมั่นคนไม่อย่างนั้นส่วนผสมจะไหม้ติดก้นหม้อ
4. จากนั้นแบ่งส่วนผสมนมที่กำลังร้อน ค่อย ๆ เทใส่ลงไปในชามไข่ไก่ที่เราตีพอแตกไว้ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ตรงนี้ต้องค่อย ๆ เท ไม่อย่างนั้นไข่จะสุกเป็นก้อน ๆ แล้วมันจะกลายเป็น Scramble Egg แทนที่จะได้พุดดิ้ง
5. เมื่อส่วนผสมไข่กับนมเข้ากันดีแล้ว เราก็เทกลับลงไปในหม้อส่วนผสมนมใหม่อีกทีสัก 2 นาที ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสม ระวังอย่าให้ส่วนผสมเดือด จึงเติมวานิลา คนให้เข้ากันแล้วยกลง เทใส่พิมพ์หรือถ้วยไอศกรีมซันเดย์ นำไปแช่ตู้เย็น
เคล็ดลับ
พุดดิ้งสูตรนี้ หน้าตาจะคล้าย ๆชอคโกแลตมูส แต่สูตรนี้เป็นสูตรที่ปรับใหม่โดยจะใช้โกโก้ผงซึ่งหาซื้อได้ง่ายกว่ามาใช้ แทนชอคโกแลต ใช้นมพร่องมันเนยแทนครีม และใช้ไข่ทั้งฟองแทนไข่แดงหลาย ๆ ฟอง แต่รับรองว่ายังเข้มหอมมันเหมือนสูตรเดิมแน่นอน
ถ้าจะให้อร่อยยิ่งขึ้น ต้องแช่พุดดิ้งที่ทำเสร็จแล้วไว้ในตู้เย็น โดยทิ้งไว้ค้างคืนก่อนนำมาเสิร์ฟ และถ้าไม่อยากให้หน้าพุดดิ้ง เป็นแผ่นแข็ง ๆ เหมือนฟองเต้าหู้ ก็ใช้กระดาษไขวางปิดไปบนหน้าพุดดิ้งจะช่วยได้

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

coffee cake

0 ความคิดเห็น

ส่วนผสม น้ำหนัก (กรัม) สูตรตวง
ส่วนผสมที่ 1
แป้งเค้ก 200 กรัม2 1/4 ถ้วย
ผงฟู 10 กรัม1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 150 กรัม3/4 ถ้วย

เกลือ 3 กรัม1 ช้อนชา

ไข่แดง 119 กรัม7 ฟอง
น้ำมันพืช 100 กรัม1/2 ถ้วย

น้ำเย็น 180 กรัม3/4 ถ้วย

กาแฟผง 20 กรัม2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมที่ 2

ไข่ขาว 230 กรัม7 ฟอง

ครีมออฟทาร์ทาร์ 1.5 กรัม1/2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 150 กรัม3/4 ถ้วย

กาแฟบัตเตอร์ไอซิ่ง
เนยสด 110 กรัม1/2 ถ้วย
เนยขาว 100 กรัม1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 200 กรัม1 ถ้วย

นมข้นจืดระเหย 165 กรัม3/4 ถ้วย

กาแฟผง 10 กรัม1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมที่ 1
1.
ร่อนแป้งแล้วตวงตามส่วน ผสมผงฟูร่อนรวมกัน ใส่น้ำตาลทรายผสมพักไว้

2.
คนไข่แดงกับน้ำมันพืชให้เข้ากัน ใส่น้ำเย็น กาแฟ เกลือ เทส่วนผสมของแป้ง
ลงคนให้เข้ากันจนเนียน ส่วนผสมที่ 2
1.
ไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ ตีให้ขึ้นฟู ใส่น้ำตาล ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง
2.
นำส่วนผสมของส่วนผสมที่ 1 เทลงในไข่ขาวตะล่อม เบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน
3.
เทส่วนผสมใส่ถาดอบขนาด 11 1/2 x 15 1/2 นิ้ว สูง 2 นิ้ว รองด้วยกระดาษ

ไขทาไขมัน
4.
เข้าอบอุณหภูมิ 180 ํ ซ. หรือ 350 ํ ฟ. เวลาประมาณ 25-30 นาที จนขนมเหลือง
5.
นำออกจากเตาคว่ำลงบนตะแกรง พักให้เย็น
6.
นำเค้กที่พักไว้ปาดด้วยกาแฟบัตเตอร์ไอซิ่ง ตกแต่งให้สวยงามวิธีทำกาแฟบัตเตอร์ไอซิ่ง
นมสด น้ำตาลทราย กาแฟผงผสมรวมกันให้ละลาย เข้าตู้เย็นแช่ให้เย็นจัด
ตีเนยสด เนยขาว จนขึ้นฟู ค่อย ๆ เติมส่วนผสมนม ลงตีให้เข้ากันจนขึ้นฟู นำไปแต่งเค้ก

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เค้กฝอยทอง

0 ความคิดเห็น


ส่วนผสม


แป้งเค้ก 500 กรัม
ผงฟู เอชฟู้ด 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลา 1 ช้อนชา
มาการีนตราเซสท์ 500 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 450 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 7 ฟอง วิธีทำ
กลิ่นนมเนย 1/2 ช้อนชา หลังจากตีส่วนผสมต่างๆจนได้ที่แล้ว
นมสด 200 กรัม ทาพิมพ์ด้วยเนยขาวตราเซทส์แล้วโรยด้วยฝอยทองให้ทั่ว
ฝอยทองสด

ตักส่วนผสมของเค้กใส่นำไปวางบนถาดที่ปูด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำ



ประมาณ 2 คู่



นำเข้าอบด้วยความร้อนประมาณ 400 องศาฟาเรนไฮด์ นาน 15 - 20 นาที



ถ้าพิมพ์ที่ใช้เป็นถาดให้อบด้วยความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮด์ นาน 25 - 30 นาที



เมื่อสุกแล้วนำออกมาจากเตาอบ พักไว้สักครู่แล้วคว่ำออกจากพิมพ

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Turtle Cheesecake

0 ความคิดเห็น

ส่วนผสม

คุกกี้หรือแครกเกอร์บด 1 1/2 ถ้วย
เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ
ครีมชีส ก้อนละ 8 ออลซ์ 2 ก้อน (อุณหภูมิห้อง )
Cottage cheese 2 ถ้วย
น้ำตาล 1 ถ้วย
วิปครีม 8 ออลซ์ หรือวิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย
เจลาติน 2 ซอง
วนิลา 1 1/2 ช้อนชา
คาราเมลซอส 1/4 ถ้วย
ช็อกโกแลทซอส 1/4 ถ้วย
พีแคนหรือวอลนัทสับหยาบ 1/4 ถ้วย

วิธีทำ

1. นำ ครีมชีสออกมาวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง รองก้นพิมพ์กลมถอดก้น ด้วยกระดาษไข หรือกระดาษฟอยล์ และทาเนยขาวให้ทั่วทั้งด้านในของพิมพ์ จากนั้นตวงส่วนผสมทุกอย่างเตรียมไว้
2. บดหรือ ปั่นคุกกี้ให้ละเอียด เติมเนยสดละลาย ผสมให้เข้ากันดี นำไปกรุลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ใช้ช้อนหรือถ้วยตวงก้นแบนๆกดให้แน่นและเรียบเสมอกัน จากนั้นแช่ตู้เย็นรอไว้ หรือถ้าชอบแบบกรอบหน่อยก้นำเข้าอบไฟ 350 F 10 นาที แล้วปล่อยไว้ให้เย็น
3. ละลายเจลาตินกับน้ำ 1/2 ถ้วย ใส่ในถ้วยแล้ววางบนหม้อ 2 ชั้น ตั้งไฟให้น้ำร้อน คนให้เจลาตินละลาย พักไว้
4. ตีวิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย และน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ให้ตั้งยอด แล้วตวงให้ได้ 1 ถ้วย เตรียมไว้
5. ผสมครีมชีส + Cottage cheese +น้ำตาลทราย +วนิลา ให้เข้ากัน แล้วเทลงในเครื่อง food processor หรือเครื่องปัน แล้วปั่นให้เนียน เติมเจลาตินลงไป ปั่นให้เข้ากัน เทกลับคืนชามผสม
6. ตักวิปปิ้งครีมใส่ลงในส่วนผสมครีมชีส คนตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน
7. เทลงในพิมพ์ที่รองด้วยครัสต์ไว้แล้ว เกลี่ยให้ส่วนผสมเรียบเสมอกัน กระแทกพิมพ์กับโต๊ะเบาๆ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น อย่างน้อย 4 ชั้วโมง หรือจนกระทั่งเซ็ตตัว
8. พอครบกำหนด ให้ใช้มีดจุ่มน้ำร้อนๆ เช็ดน้ำออกแล้วกรีดรอบๆพิมพ์ ค่อยๆยกออกจากพิมพ์
9. ก่อนเสิร์ฟ ราดด้วยคาราเมลซอสและช็อกโกแลตซอส โรยด้วยพีแคนหรือวอลนัทสับ

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Japanese Cheese Cake

0 ความคิดเห็น



วิธีทำ Japanese Cheese Cake

ส่วนผสม


ครีมชีส 250 กรัม
วิปปิ้งครีม 100 ml
เนย 50 กรัม
น้ำมะนาว 1 ชต
เกลือ 1/4 ชช
น้ำตาลทราย(1)70 กรัม
แป้งเค้ก 60 กรัม
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
ไข่แดง 6 ฟอง
ผงฟู 1 / 4 ชช
วนิลา 1 ชช

ไข่ขาว 6ฟอง
ครีมออฟทาทา 1/4 ชช
น้ำตาล(2) 70 กรัม

วิธีทำ
1.
เอาครีมชีส เนย วิปปิ้งครีม ใส่หม้อตุ๋น
2.
ร่อนแป้งแป้งเค้กกับแป้งข้าวโพดรวมกันพักไว้
3.
พอตุ๋นครีมชีส+เนย+วิปปิ้งครีม จนละลายเนียนดีแล้ว ทิ้งไว้ให้อุ่นๆ
แล้วก็ใส่น้ำตาล(1) ตีด้วยความเร็วปานกลาง จากนั้นก็ใส่น้ำมะนาว ใส่ไข่แดงที่แยกไว้ ตีให้เข้ากันด้วยความเร็วกลางตลอด
4.
ใส่แป้งที่ร่อนไว้ค่ะ จะได้ออกมาแบบนี้ แล้วพักไว้
5.
วอล์มเตาด้วยไฟล่าง ที่ 170 องศาเซลเซียส หาถาด 4เหลี่ยม ใส่น้ำไว้ด้วยแล้วเอาเข้าไปไว้ในเตาก่อน
6.
จากนั้นมาตีไข่ขาว หลักการตีก็เหมือนทั่วไป ตีด้วยความเร็วสูง ได้เหมือนฟองหยาบใส่ครีมออฟทาทา แล้วค่อยๆใส่น้ำตาล
ตีจนเป็นครีมขาว ตั้งยอด แต่อย่าตีจนแข็งมาก
7.
นำไข่ขาวมาตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ
8.
เทลงพิมพ์ซึ่งเราเตรียมพิมพ์โดยการทาเนยและก็วางกระดาษ
เคาะก้นพิมพ์เบาๆ แล้วส่งเข้าอบ (สูตรนี้ได้ 3ปอนด์) เวลาที่ใช้ในการอบอยู่ที่ประมาณ 1ชั่วโมงหรือจนกว่าขนมจะสุก โดยที่อบไฟฟล่างไปประมาณ 45 นาที แล้วเปลี่ยนมาเป้นไฟบน-ล่าง เพื่อที่จะให้หน้าขนมออกมามีสีเข้มสวย
9.
พอสูกแล้วทิ้งไว้ในเตาสักพักแงมฝาตู้ไว้นิดนึง จากนั้น ก็เอามาคว่ำ ลอกกะดาษออก


เครดิค :: http://http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tablet&date=04-11-2007&group=8&gblog=9
 

Food and Bakery Copyright 2009 Sweet Cupcake Designed by Ipiet Templates Image by Tadpole's Notez