วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552
พายกรอบ [ Crispy Sweet Pie ]
ส่วนผสม
แป้งพัฟ ๑ แผ่น (มีขายตามซุปเปอร์ค่ะ)
เนย ๒๕ กรัม
น้ำตาลทราย ๕๐ กรัม
อบเชย ผง ๑/๒ ช้อนชา (หรือแล้วแต่ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นวานิลา โดยใช้น้ำตาลวนิลาประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะหรือมากกว่านั้นก็ได้ค่ะ)
ขั้นตอนการทำ
วอร์มเตารอ ที่ ๑๘๐ องศาเซลเซียส
- ละลายเนยในไมโครเวฟก่อน แล้วทาให้ทั่วแผ่นแป้ง
- จากนั้นน้ำตาลกับอบเชยหรือน้ำตาลวนิลาให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยโรยทับเนยบนแผ่นแป้ง
- ม้วนแผ่นแป้งเข้าหากัน ม้วนให้แน่นๆเท่าๆกันทั้งสองด้าน
- พักไว้อย่างงั้นก่อน ให้เนยแข็งตัว
- จากนั้นตัดแป้งขนาด ๒ เซนติเมตร แล้ววางเรียงกันบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข ดัดแป้งให้คล้ายรูปหัวใจ(ตามรูป)
- นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ ๑๘๐ องศาเซลเซียส ประมาณ ๑๕นาที ช่วง๑๐นาทีแรกให้กลับแป้งก่อน แล้วค่อยอบต่อจนสีสวยตามต้องการ
* ถ้าใครอยากแต่งหน้าขนมด้วยการเคลือบชอคโกแล็ต หรือเพิ่มรสให้ขนมด้วยการนำแยมแอพริคอทไปละลายในไมโครเวฟก่อน แล้วทาหน้าขนมให้ทั่วก็แล้วแต่ชอบและสะดวกนะคะ
เครดิต [http://bongbankes.blogspot.com]
แป้งพายชนิดต่างๆ
แป้งพายชนิดต่างๆ
อาหารประเภทพายและเพสตรีที่เรารู้จักและชอบรับประทานกันนั้นมีต้นกำเนิดมา จากประเทศทางศีกโลกตะวันตก โดยเริ่มมาจากแม่บ้านทำอาหารกลางวันให้พ่อบ้านและลูกๆไปรับประทานที่ทำงาน และที่โรงเรียน โดยการทำแรกๆนั้นจะใช้แป้งห่อกับส่วนผสมที่ทำไว้เช่นเนื้อและเครื่องปรุง อื่นๆแล้วนำไปอบให้สุก ซึ่งสามารถพกพาไปที่ไหนก็ได้สะดวกต่อการรับประทาน และอาหารประเภทนี่เริ่มมีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากอาหารคาวก็มาในรูปแบบของอาหารหวาน เช่นแป้งห่อด้วยผลไม้สด หรือผลไม้กวนจนในที่สุดก็สามารถนำมาตั้งโต๊ะอาหารรับประทานเป็นของว่างได้ โดยที่อาจจะตั้งเป็ฯอาหารเรียกน้ำย่อย หรือเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว
ประเภทของพายและเพสตรีนั้นแบ่งออกได้หลายประเภท ซึ่งจะแบ่งไปตามลักษณะของแป้งที่ใช้
1.แป้งขนมปังกรอบบดและเพสตรี
จะเป็นเพสตรีอย่างหนึ่งเพราะเปลือกพายจะใช้เป็ฯที่บบรจุไส้ครีม ซึ่งส่วนใหญ่พายผลไม้มักจะใช้แป้งแบบนี้
2.แป้งพายหวาน
ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพียงแต่เพิ่มน้ำตาลเข้าไปในส่วนผสมแป้ง สำหรับไว้ใช้เป็นเปลือกพายผลไม้
3.แป้งพายชั้น
เป็นแป้งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด สามารถใช้ใส่ส่วนผสมได้ทั้งหวานทั้งคาว ความพิเศษของแป้งชนิดนี้คือเมื่ออบสุกแล้ว แป้งที่ออกมาจะเป็นชั้นๆสีเหลือง กรอบ
4.แป้งพายร่วน
แป้งชนิดนี้เป็นแป้งดั้งเดิมของพาย วิธีการทำแป้งพายก็ไม่ยุ่งยากง่ายดายที่สุด เมื่ออบสุกแล้วลักษณะแป้งที่ออกมาจะกรอบ ร่วน
5.แป้งชูส์หรือแป้งครีมพัฟฟ์
แป้งชนิดนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ลักษณะแป้งที่อบสุกออกมาจะขายตัวเป็นโพรงตรงกลาง เพื่อที่จะไว้ใส่ไส้ได้ทั้งคาวและหวาน
ในการทำแป้งพายและพัฟนั้น ควรรู้เทคนิคในการทำเล็กๆน้อยๆไว้บ้างเพื่อแป้งที่ออกมาจะได้น่าทานและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
หลักในการทำแป้งพาย
1.ในการผสมแป้งพายควรใช้น้ำเย็นเป็นส่วนผสมจะดีที่สุด
2.ไม่ควรนวดแป้งในปริมาณมากเกินไปและเวลาในการนวดไม่ควรนานด้วย เพราะจะทำให้แป้งเหนียวยากต่อการคลึงแป้ง เมื่ออบแป้งออกมาแป้งจะแห้ง แข็งไม่ฟู
3.ในการนวดแป้งถ้าต้องการให้แป้งกรอบมากขึ้นเวลาที่ผสมส่วนผสม ทุกอย่างแล้วให้นำแป้งเข้าตู้เย็นในช่องธรรมดาสักประมาณ 1/2 ชั่วโมง เวลาที่นำมาวางแผ่บนพิมพ์และเมื่ออบออกมาแล้วแป้งจะกรอบมากขึ้น
4.การใช้พิมพ์ในการอบควรเลือกใช้พิมพ์ที่เป็นแก้วจะดีกว่า เพราะแป้งที่ออกมาจะรูปร่างสวยกว่าใช้พิมพ์โลหะ
5.เมื่อต้องการจะอบเปลือกพายเปล่าๆโดยที่ยังไม่ได้ใส่ไส้ควรใช้ส้อมจิ้มที่ก้นพายก่อนเพื่อไม่ให้แป้งฟูพอง
6.แป้งพายทุกชนิดเราสามารถทำเก็บไว้ใช้ล่วงหน้าได้โดยที่เมื่อผสม ส่วนผสมแล้วให้นำใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิทเก็บเข้าตู้เย็นในช่องแช่แข็ง เมื่อเวลาที่จะนำมาใช้ก็ให้วางไว้ให้แป้งคลายตัวนำมาทำได้เหมือนเดิม ส่วนแป้งที่อบสุกแล้วก็สามารถเก็บไว้ใช้ทีหลังได้ โดยแช่ช่องแช่แข็งไว้เหมือนกันก่อนที่จะนำมาใช้ก็ทิ้งไว้สักพักให้แป้งนิ่ม ลง จึงผสมส่วนผสมได้ตามปกติ
7.ในการอบแป้งพายนั้นส่วนมาเราจะพบว่าขอบของแป้งพายนั้นจะเริ่มสุก ก่อนและอาจจะไหม้ได้ วิธีแก้คือให้นำกระดาษฟอยล์มาหุ้มปิดทับตามขอบเหลือที่ว่างตรงกลางไว้ เมื่อนำแป้งเข้าอบแป้งตรงกลางจะเริ่มสุกก็ให้เอากระดาษฟอยล์ออกแป้งที่ได้จะ สุกเหลืองทั่วถึงกัน
อาหารประเภทพายและเพสตรีที่เรารู้จักและชอบรับประทานกันนั้นมีต้นกำเนิดมา จากประเทศทางศีกโลกตะวันตก โดยเริ่มมาจากแม่บ้านทำอาหารกลางวันให้พ่อบ้านและลูกๆไปรับประทานที่ทำงาน และที่โรงเรียน โดยการทำแรกๆนั้นจะใช้แป้งห่อกับส่วนผสมที่ทำไว้เช่นเนื้อและเครื่องปรุง อื่นๆแล้วนำไปอบให้สุก ซึ่งสามารถพกพาไปที่ไหนก็ได้สะดวกต่อการรับประทาน และอาหารประเภทนี่เริ่มมีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากอาหารคาวก็มาในรูปแบบของอาหารหวาน เช่นแป้งห่อด้วยผลไม้สด หรือผลไม้กวนจนในที่สุดก็สามารถนำมาตั้งโต๊ะอาหารรับประทานเป็นของว่างได้ โดยที่อาจจะตั้งเป็ฯอาหารเรียกน้ำย่อย หรือเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว
ประเภทของพายและเพสตรีนั้นแบ่งออกได้หลายประเภท ซึ่งจะแบ่งไปตามลักษณะของแป้งที่ใช้
1.แป้งขนมปังกรอบบดและเพสตรี
จะเป็นเพสตรีอย่างหนึ่งเพราะเปลือกพายจะใช้เป็ฯที่บบรจุไส้ครีม ซึ่งส่วนใหญ่พายผลไม้มักจะใช้แป้งแบบนี้
2.แป้งพายหวาน
ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพียงแต่เพิ่มน้ำตาลเข้าไปในส่วนผสมแป้ง สำหรับไว้ใช้เป็นเปลือกพายผลไม้
3.แป้งพายชั้น
เป็นแป้งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด สามารถใช้ใส่ส่วนผสมได้ทั้งหวานทั้งคาว ความพิเศษของแป้งชนิดนี้คือเมื่ออบสุกแล้ว แป้งที่ออกมาจะเป็นชั้นๆสีเหลือง กรอบ
4.แป้งพายร่วน
แป้งชนิดนี้เป็นแป้งดั้งเดิมของพาย วิธีการทำแป้งพายก็ไม่ยุ่งยากง่ายดายที่สุด เมื่ออบสุกแล้วลักษณะแป้งที่ออกมาจะกรอบ ร่วน
5.แป้งชูส์หรือแป้งครีมพัฟฟ์
แป้งชนิดนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ลักษณะแป้งที่อบสุกออกมาจะขายตัวเป็นโพรงตรงกลาง เพื่อที่จะไว้ใส่ไส้ได้ทั้งคาวและหวาน
ในการทำแป้งพายและพัฟนั้น ควรรู้เทคนิคในการทำเล็กๆน้อยๆไว้บ้างเพื่อแป้งที่ออกมาจะได้น่าทานและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
หลักในการทำแป้งพาย
1.ในการผสมแป้งพายควรใช้น้ำเย็นเป็นส่วนผสมจะดีที่สุด
2.ไม่ควรนวดแป้งในปริมาณมากเกินไปและเวลาในการนวดไม่ควรนานด้วย เพราะจะทำให้แป้งเหนียวยากต่อการคลึงแป้ง เมื่ออบแป้งออกมาแป้งจะแห้ง แข็งไม่ฟู
3.ในการนวดแป้งถ้าต้องการให้แป้งกรอบมากขึ้นเวลาที่ผสมส่วนผสม ทุกอย่างแล้วให้นำแป้งเข้าตู้เย็นในช่องธรรมดาสักประมาณ 1/2 ชั่วโมง เวลาที่นำมาวางแผ่บนพิมพ์และเมื่ออบออกมาแล้วแป้งจะกรอบมากขึ้น
4.การใช้พิมพ์ในการอบควรเลือกใช้พิมพ์ที่เป็นแก้วจะดีกว่า เพราะแป้งที่ออกมาจะรูปร่างสวยกว่าใช้พิมพ์โลหะ
5.เมื่อต้องการจะอบเปลือกพายเปล่าๆโดยที่ยังไม่ได้ใส่ไส้ควรใช้ส้อมจิ้มที่ก้นพายก่อนเพื่อไม่ให้แป้งฟูพอง
6.แป้งพายทุกชนิดเราสามารถทำเก็บไว้ใช้ล่วงหน้าได้โดยที่เมื่อผสม ส่วนผสมแล้วให้นำใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิทเก็บเข้าตู้เย็นในช่องแช่แข็ง เมื่อเวลาที่จะนำมาใช้ก็ให้วางไว้ให้แป้งคลายตัวนำมาทำได้เหมือนเดิม ส่วนแป้งที่อบสุกแล้วก็สามารถเก็บไว้ใช้ทีหลังได้ โดยแช่ช่องแช่แข็งไว้เหมือนกันก่อนที่จะนำมาใช้ก็ทิ้งไว้สักพักให้แป้งนิ่ม ลง จึงผสมส่วนผสมได้ตามปกติ
7.ในการอบแป้งพายนั้นส่วนมาเราจะพบว่าขอบของแป้งพายนั้นจะเริ่มสุก ก่อนและอาจจะไหม้ได้ วิธีแก้คือให้นำกระดาษฟอยล์มาหุ้มปิดทับตามขอบเหลือที่ว่างตรงกลางไว้ เมื่อนำแป้งเข้าอบแป้งตรงกลางจะเริ่มสุกก็ให้เอากระดาษฟอยล์ออกแป้งที่ได้จะ สุกเหลืองทั่วถึงกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








